Lesson 08 · คาบบ่าย 28 ต.ค. (วิดีโอ 1:09–1:34) · ~30 นาที

LLM และ Prompt Engineering

โยงกับสไลด์ LLM 5–15, 28–38

เป้าหมายบทนี้: อธิบายว่า LLM ถูกสร้างอย่างไร (pretrain → align) และเขียน prompt ที่ดีโดยใช้ ICIO, few-shot, structured output

1Predictive AI กับ Generative AI

สไลด์ LLM 6: Predictive AI (input→model→prediction: classification, regression, detection) vs Generative AI (prompt→foundation model→new content)
สไลด์ 6เทียบผลลัพธ์

โมเดลที่แบ่งหมา-แมวเป็น discriminative (หาเส้นแบ่ง) ข้อมูลมากขึ้นก็สอนให้รู้จักหมาทั้งโลกได้ ส่วน generative เล็กหรือใหญ่กว่า? ใหญ่กว่ามาก เพราะต้องกักเก็บความรู้ไว้ในตัวเพื่อสร้างของใหม่

ความสามารถ generative จะไม่เกิดเลยถ้าโมเดลไม่ใหญ่พอที่จะกักเก็บความรู้

2Language model: ทำนายคำถัดไป

สไลด์ LLM 8: Language Model ทำนายคำถัดไป Today I want to eat chick__
สไลด์ 8ดูว่าโมเดลเดาคำจากบริบท

LM คือโมเดลทำนาย "คำถัดไป" แค่นั้นเองหรือ? ใช่ ถ้าทำนายถูกก็แปลว่าเข้าใจ context (ข้าวมันต้องไก่) เหมือน auto-complete ที่เราใช้อยู่

เมื่อ LM เทรนจากข้อความ ไม่ต้องมีคนมาทำ label หรือ target เลย เพราะคำถัดไปในข้อความคือเฉลยอยู่แล้ว เป็นการเรียนรู้บนข้อมูลมหาศาลโดยไม่ต้องมี label

ลองเลื่อน temperature แล้วกดสุ่ม ดูว่าคำถัดไปเปลี่ยนได้อย่างไร (temperature ต่ำ = เลือกคำที่น่าจะเป็นที่สุด สูง = กระจายมากขึ้น)

เรียกโมเดลตั้งต้นนี้ว่า language model / pretrained model (ตรงกับบท 6: โมเดลที่เทรนมาก่อน) และพอ ใหญ่มาก จึงเรียก Large LM = LLM

3จาก LM เป็น ChatGPT

สไลด์ LLM 11: LM + Reward Model (Scoring Model) + RL
สไลด์ 11ดูว่ามี reward model ให้คะแนนคำตอบ
สไลด์ LLM 12: +RL, +Safety policy → LLM
สไลด์ 12ดูว่าติด safety policy ก่อนเป็น ChatGPT

โมเดลตั้งต้นที่ทำนายคำถัดไป ถูกนำไปทำ RL (เหมือนเล่นเกม) ให้ตอบตามที่คนชอบ แล้วติด safety policy จึงกลายเป็น ChatGPT

สไลด์ LLM 13: Large + LM = LLM ตาราง GPT-1 (2018, 117M) ถึง GPT-6 Astra (2026)
สไลด์ 13ดูว่า "Large" ไม่ใช่แค่จำนวนพารามิเตอร์

ชื่อรุ่นและราคาในสไลด์ 15–27 (GPT, Claude, Gemini, Qwen, DeepSeek) เป็นข้อมูล ณ 25 ก.ย. 2026 อาจารย์ย้ำให้เลือกโมเดลตามงาน/ราคา/ความเร็ว (artificialanalysis.ai) ไม่ใช่จำชื่อ

4Prompt engineering

สไลด์ LLM 29: Poor prompt "Analyze this." vs Better prompt ระบุงาน ข้อมูล และรูปแบบผลลัพธ์
สไลด์ 29ดูส่วนที่เพิ่มขึ้นใน prompt ที่ดีกว่า

เราต้องเขียนคำสั่ง (prompt) ให้ถูกต้อง LLM ต้องการ instruction เช่น "ต้องการ top 3 most common complaints"

System prompt และ User prompt

สไลด์ LLM 31: Prompt types: User prompt vs System prompt
สไลด์ 31ดูคำนิยามสองแบบ

ต้องรู้จักคำว่า user prompt กับ system prompt: system กำหนดบทบาท/พฤติกรรมพื้นฐาน เช่น "คุณคืออาจารย์ที่เชี่ยวชาญ..." user prompt คือคำสั่งเฉพาะงาน เช่น "จงเขียนรายงานเกี่ยวกับ AI"

ICIO: องค์ประกอบของ prompt

สไลด์ LLM 32: Anatomy of a Prompt (ICIO): Instruction, Context, Input data, Output specification
สไลด์ 32ดูคำถามกำกับแต่ละช่อง

Instruction (ให้โมเดลทำอะไร) · Context (ต้องมีพื้นหลังอะไร) · Input data (ข้อมูล/คำถามที่ต้องประมวลผล) · Output indicator/specification (รูปแบบผลลัพธ์)

คำสั่งชัด บริบทชัด อินพุตครบ และกำหนดฟอร์แมตเอาต์พุต

Zero-shot vs Few-shot

สไลด์ LLM 35: Zero-shot (ไม่มีตัวอย่าง) vs Few-shot (มี "Excellent food" → Positive ฯลฯ)
สไลด์ 35ดูว่าตัวอย่างอยู่ใน prompt

Few-shot คือการให้ตัวอย่างใน prompt ให้โมเดลเดาได้ตรงขึ้นว่าควรตอบ positive, neutral หรือ negative

Structured output และแตกงาน

ติ๊กส่วนของ ICIO เข้า/ออก ดู prompt ที่ประกอบเสร็จและคุณภาพคำตอบที่คาดได้

ทำไม "Analyze this." เป็น prompt ที่แย่

ขาดทั้ง context, ข้อมูลที่จะวิเคราะห์ และรูปแบบ output → ผลลัพธ์กว้างและเดาไม่ได้ ควรระบุ Instruction + Context + Input + Output

Prompt ที่ดีที่สุดก็ไม่ทำให้ LLM รู้ข้อมูลที่ไม่เคยเห็น (เช่นข้อมูลภายในบริษัท) นั่นคือปัญหาที่ RAG แก้ในบทถัดไป

5ลองทำ

อ่านเพิ่ม / ที่มา

ติดตรงไหน ถาม Claude ได้เลย บอกเลขบทกับเลขข้อมาด้วย