Lesson 10 · คาบบ่าย 28 ต.ค. (วิดีโอ 1:52–2:08) · ~30 นาที
Tool use, Agent, MCP และชุดทวนรวม
1จาก "รู้" ไปสู่ "ทำ"

ยุคแรกของ "สั่งแล้วทำ" คือสั่งให้ LLM ไปเรียกใช้เครื่องมือ (tool use / tool call) เช่นเครื่องมือค้นข้อมูล ดึงข้อมูล สั่งส่งอีเมล สั่งเบราว์เซอร์ทำ action ต่าง ๆ

สังเกตว่า LLM เพียงขอเรียก tool แอปพลิเคชันเป็นคนรันแล้วส่งผลกลับ เพื่อให้ LLM ตอบ

RAG เองก็มองเป็น tool แบบหนึ่ง (Retrieve)
2Agentic AI
ยุคปัจจุบันคือ Agentic AI การสั่ง AI คือสั่ง agent ให้เป้าหมาย เหมือนฝากงานเพื่อนร่วมทีม
เราไม่ได้ถามตอบแล้ว แต่ สั่งให้ทำ ให้เป้า (goal) ถามชื่อพ่อแม่คือถามตอบปกติ แต่การสั่งให้แก้บั๊กในโค้ดคือ agent: มันคิด แก้ รันตรวจ ถ้ายังมี error ก็แก้ต่อ จนไม่มี error จึงจบ

LLM ที่ได้ เป้าหมาย แล้ววนลูป: ตัดสินใจ → ลงมือ (ใช้ tool) → สังเกตผล → ตัดสินใจต่อ จนบรรลุเป้า (มี instructions, tools, memory/state)
ทำไม Agentic AI เข้มแข็งขนาดนี้? เพราะข้างหลังบ้านคำว่า "ทำ" คือการเขียนโค้ด มันไปเรียก skill/โค้ดต่าง ๆ ให้ทำงานแทนเรา
ReAct

ที่มาจากเปเปอร์ ReAct = Reason + Act เดิม agent ตั้งด้วยกฎ rule-based ง่าย ๆ (ถ้าอุณหภูมิเกิน ... ) ReAct รวมสองโลกโดยให้ LLM เป็น "สมอง" มา reasoning ว่าเมื่อไรเรียก action ไหน
ตัวอย่าง ReAct ตามสไลด์ 61: กดทีละขั้นดูวงวน Reason → Action → Observation แล้วสลับไปดู Workflow ที่ทางตายตัว
3Workflow vs Agent

workflow ปกติเราสั่ง A ไป B ไป C ไป D เป็น chain แต่ agentic เราให้เป้า AI ตัดสินใจเองและสังเกตว่าบรรลุหรือยัง คนละ paradigm
ถ้างานมีสเต็ปชัดเจนแน่นอนก็ใช้ workflow ถ้าตั้งเป็นเป้าโดยไม่มีสเต็ปชัดเจนจึงใช้ agent จะเป็น single agent หรือ multi-agent ก็ได้


"ยิ่งมี agent เยอะยิ่งดี" ไม่จริง การแบ่งเป็นหลาย agent เพิ่ม cost และ latency ใช้เมื่อจำเป็น
4MCP

การเชื่อมต่อ AI กับ tool ต่าง ๆ (ดึงข้อมูล เชื่อมต่อระบบ) ทำผ่านโปรโตคอลมาตรฐานที่เรียกว่า MCP
ภาพรวม Agentic AI ที่ครบ: มี LLM → ใส่ context ด้วย RAG ครบไหม → เรียก tool อื่นประกอบไหม → ใช้ agent ไหม → ก่อนใช้งานจริงมีการประเมินตัวเองหรือไม่ว่าสมควรตอบหรือไม่
เครื่องมือเขียนจริง: ใช้ API ของ GPT/Claude/Gemini ตรง ๆ ก็ได้ แต่ framework ช่วยจัดการให้ LangChain เป็นตัวตั้งต้น, LangGraph ต่อ agent เป็นกราฟ, LangSmith ดู trace และ evaluate (2:04:40–2:05:13)
การบ้านปิดท้ายคาบ (2:06:24–2:08:34): อ่านโค้ด LangChain/LangGraph/LangSmith และโค้ด LLM อื่น ๆ แล้วสรุปส่ง MyCourseVille ภายใน 2 สัปดาห์ ไม่ออกสอบเขียนโค้ดแต่ใช้ในโปรเจกต์
5เลือกเครื่องมือให้ถูก (ซ้อมข้อ Q4)
| โจทย์ | เลือก |
|---|---|
| กฎชัดตรงไปตรงมา | Rule-based |
| ตาราง + มี target ทำนาย | Supervised ML (Decision Tree ฯลฯ) |
| ตาราง + ไม่มี target อยากแบ่งกลุ่ม | Unsupervised (K-means) |
| ภาพ/เสียง/ข้อความ + ต้องสกัดฟีเจอร์เอง | Deep Learning (CNN/Transformer) |
| งานภาพข้อมูลน้อย | Pretrained + freeze/fine-tune |
| ตอบจากเอกสารภายในที่เปลี่ยนบ่อย | LLM + RAG |
| ให้ LLM พูดสไตล์เฉพาะ | Fine-tune |
| ลองทำจนได้ reward สูงสุด | RL |
| ขั้นตอนชัดเจนเป็นลำดับ | Workflow |
| เป้าชัดแต่ขั้นตอนไม่ตายตัว | Agent |
ลองเลือกเครื่องมือเอง
6ลองทำ (ทวนจากทุกบท)
- Anthropic: Building effective agents workflow vs agent และเมื่อไรควรใช้ (แหล่งที่สไลด์อ้าง)
- Model Context Protocol เอกสารมาตรฐาน MCP
- ReAct paper (Yao et al. 2022) ต้นฉบับของ ReAct
ติดตรงไหน ถาม Claude ได้เลย บอกเลขบทกับเลขข้อมาด้วย