Lesson 10 · คาบบ่าย 28 ต.ค. (วิดีโอ 1:52–2:08) · ~30 นาที

Tool use, Agent, MCP และชุดทวนรวม

โยงกับสไลด์ LLM 54–65, 73

เป้าหมายบทนี้: แยก LLM / RAG / Tool / Agent / Workflow ได้ และตอบข้อ "เลือกเครื่องมือให้ถูก" ของ Q4 ได้

1จาก "รู้" ไปสู่ "ทำ"

สไลด์ LLM 55: RAG helps the LLM KNOW, Tools let the LLM DO (Python, SQL, web, API, email)
สไลด์ 55เทียบ know กับ do

ยุคแรกของ "สั่งแล้วทำ" คือสั่งให้ LLM ไปเรียกใช้เครื่องมือ (tool use / tool call) เช่นเครื่องมือค้นข้อมูล ดึงข้อมูล สั่งส่งอีเมล สั่งเบราว์เซอร์ทำ action ต่าง ๆ

สไลด์ LLM 57: Function / Tool calling: LLM ขอ query_sales(quarter="Q2") → Application รัน → ผลกลับมาให้ LLM ตอบ
สไลด์ 57ดูว่าใครเป็นคนรัน tool

สังเกตว่า LLM เพียงขอเรียก tool แอปพลิเคชันเป็นคนรันแล้วส่งผลกลับ เพื่อให้ LLM ตอบ

สไลด์ LLM 58: ประเภท tool: Retrieve (web search, RAG, files), Compute (calculator, Python), Data (SQL), Act (email, calendar, API, browser)
สไลด์ 58จัดกลุ่ม

RAG เองก็มองเป็น tool แบบหนึ่ง (Retrieve)

2Agentic AI

ยุคปัจจุบันคือ Agentic AI การสั่ง AI คือสั่ง agent ให้เป้าหมาย เหมือนฝากงานเพื่อนร่วมทีม

เราไม่ได้ถามตอบแล้ว แต่ สั่งให้ทำ ให้เป้า (goal) ถามชื่อพ่อแม่คือถามตอบปกติ แต่การสั่งให้แก้บั๊กในโค้ดคือ agent: มันคิด แก้ รันตรวจ ถ้ายังมี error ก็แก้ต่อ จนไม่มี error จึงจบ

สไลด์ LLM 60: Agent = Model + Instructions + Tools + Memory/State + Loop (Goal → Decide → Act → Observe → Decide Again)
สไลด์ 60ดูวงวน

LLM ที่ได้ เป้าหมาย แล้ววนลูป: ตัดสินใจ → ลงมือ (ใช้ tool) → สังเกตผล → ตัดสินใจต่อ จนบรรลุเป้า (มี instructions, tools, memory/state)

ทำไม Agentic AI เข้มแข็งขนาดนี้? เพราะข้างหลังบ้านคำว่า "ทำ" คือการเขียนโค้ด มันไปเรียก skill/โค้ดต่าง ๆ ให้ทำงานแทนเรา

ReAct

สไลด์ LLM 61: ReAct: Goal → Decision → Action (query_database) → Observation → ... → Final Answer
สไลด์ 61ดูลำดับ Reason/Act

ที่มาจากเปเปอร์ ReAct = Reason + Act เดิม agent ตั้งด้วยกฎ rule-based ง่าย ๆ (ถ้าอุณหภูมิเกิน ... ) ReAct รวมสองโลกโดยให้ LLM เป็น "สมอง" มา reasoning ว่าเมื่อไรเรียก action ไหน

ตัวอย่าง ReAct ตามสไลด์ 61: กดทีละขั้นดูวงวน Reason → Action → Observation แล้วสลับไปดู Workflow ที่ทางตายตัว

3Workflow vs Agent

สไลด์ LLM 62: Workflow (A→B→C→D ทางตายตัว, คาดเดาได้, autonomy ต่ำ) vs Agent (ทางไดนามิก, ยืดหยุ่น, ทดสอบยาก, autonomy สูง)
สไลด์ 62เทียบทีละบรรทัด

workflow ปกติเราสั่ง A ไป B ไป C ไป D เป็น chain แต่ agentic เราให้เป้า AI ตัดสินใจเองและสังเกตว่าบรรลุหรือยัง คนละ paradigm

ถ้างานมีสเต็ปชัดเจนแน่นอนก็ใช้ workflow ถ้าตั้งเป็นเป้าโดยไม่มีสเต็ปชัดเจนจึงใช้ agent จะเป็น single agent หรือ multi-agent ก็ได้

สไลด์ LLM 63: When NOT to use an agent: ทุกคืน load CSV → aggregate → create report → email
สไลด์ 63รู้ขั้นตอนแล้วใช้ workflow
สไลด์ LLM 64: Single agent vs Multi-agent (Supervisor, Researcher, Analyst, Writer)
สไลด์ 64More agents ≠ better system

"ยิ่งมี agent เยอะยิ่งดี" ไม่จริง การแบ่งเป็นหลาย agent เพิ่ม cost และ latency ใช้เมื่อจำเป็น

4MCP

สไลด์ LLM 65: MCP: Before = custom connector ต่อ tool ทีละตัว · With MCP = AI Host/Client ↔ MCP Server ↔ Tools/Resources
สไลด์ 65เทียบก่อน-หลัง

การเชื่อมต่อ AI กับ tool ต่าง ๆ (ดึงข้อมูล เชื่อมต่อระบบ) ทำผ่านโปรโตคอลมาตรฐานที่เรียกว่า MCP

ภาพรวม Agentic AI ที่ครบ: มี LLM → ใส่ context ด้วย RAG ครบไหม → เรียก tool อื่นประกอบไหม → ใช้ agent ไหม → ก่อนใช้งานจริงมีการประเมินตัวเองหรือไม่ว่าสมควรตอบหรือไม่

เครื่องมือเขียนจริง: ใช้ API ของ GPT/Claude/Gemini ตรง ๆ ก็ได้ แต่ framework ช่วยจัดการให้ LangChain เป็นตัวตั้งต้น, LangGraph ต่อ agent เป็นกราฟ, LangSmith ดู trace และ evaluate (2:04:40–2:05:13)

การบ้านปิดท้ายคาบ (2:06:24–2:08:34): อ่านโค้ด LangChain/LangGraph/LangSmith และโค้ด LLM อื่น ๆ แล้วสรุปส่ง MyCourseVille ภายใน 2 สัปดาห์ ไม่ออกสอบเขียนโค้ดแต่ใช้ในโปรเจกต์

5เลือกเครื่องมือให้ถูก (ซ้อมข้อ Q4)

โจทย์เลือก
กฎชัดตรงไปตรงมาRule-based
ตาราง + มี target ทำนายSupervised ML (Decision Tree ฯลฯ)
ตาราง + ไม่มี target อยากแบ่งกลุ่มUnsupervised (K-means)
ภาพ/เสียง/ข้อความ + ต้องสกัดฟีเจอร์เองDeep Learning (CNN/Transformer)
งานภาพข้อมูลน้อยPretrained + freeze/fine-tune
ตอบจากเอกสารภายในที่เปลี่ยนบ่อยLLM + RAG
ให้ LLM พูดสไตล์เฉพาะFine-tune
ลองทำจนได้ reward สูงสุดRL
ขั้นตอนชัดเจนเป็นลำดับWorkflow
เป้าชัดแต่ขั้นตอนไม่ตายตัวAgent

ลองเลือกเครื่องมือเอง

6ลองทำ (ทวนจากทุกบท)

อ่านเพิ่ม / ที่มา

ติดตรงไหน ถาม Claude ได้เลย บอกเลขบทกับเลขข้อมาด้วย